อาจารย์ เจ๋ง ผมอายุ 40 ปี ผมกำลังจะเริ่มอบรมการซ่อมมีอถือพื้นฐาน-ระดับกลาง ให้กับเด็กที่ไม่มีทางไป เรามีโอกาสใหม ที่จะทำไห้วงจรมือถือพ้นจากวงจรอุบาทที่จะให้วงจรมือถือ เป็นวงจรสะอาด แต่คงไม่ใช่ทั้งหมด อาชีพอย่างเรา เป็นอาชีพ ที่เอาเปรียบผู้บริโภคมานานแล้ว เราน่าจะรู้จักความพอD เราจะทำอย่างไร หรือผมจะทำอย่างไร
ผมเองขอออกตัวก่อนนะครับว่าไม่ใช่อาจารย์แต่อย่างไดเพียงแต่บางจุดเราแลกเปลี่ยนความรู้และนำเสนอแนวทางในการทำงานเล็กๆน้อยๆครับ อีกอย่างผมเองก็ยังถือว่าอายุยังน้อย ( ยังไม่กล้าที่เทียบตัวเองให้เป็นอาจาร์ย )
ก่อนจะตอบคำถามก่อนอื่นคงต้องบอกว่า ยินดีอย่างยิ่งครับที่มีคำถามแบบนี้ออกมา ผมขอตอบในส่วนคำว่า อาชีพอย่างเรา เป็นอาชีพ ที่เอาเปรียบผู้บริโภคมานานแล้ว เราน่าจะรู้จักความพอDส่วนตัวในแนวความคิดในการทำงานโดยส่วนตัวของผม เท่าที่ผ่านมาร่วมสิบปีที่นั่งซ่อมอยู่ทั้งวันแบบนี้ ก็ได้เจอได้พบอะไรหลายๆอย่างครับในอาชีพนี้ เช่นความพอใจของลูกค้าและ ความไม่พอใจ ซึ่งไม่ต้องบอกว่า เรื่องแบบนี้มักเกิดกับทุกๆอาชีพเป็นธรรมดาของโลกเราไปซะแล้ว
ทีนี่ผมก็จะขออธิบายในส่วนที่ว่า
การเอาเปรียบผู้บริโภค ส่วนนี้เราต้องแยกแยะนะครับว่า ในการทำงาน ของเรานั้นเราต้องใช้สมองหรือ ใช้ความสามารถส่วนตัวในการทำงาน
ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่เราจะซ่อมให้ได้ในส่วนนั้นๆหากเราไม่รู้อะไรเลย ท่านว่าจริงไหมครับ ผมยกตัวอย่าง หากวันหนึ่งเรา
รถเสีย เราซ่อมเองไม่ได้ เราต้องวิ่งไปหาช่างซ่อมรถยนต์
อะไหล่ตัว 100 บาท แต่ เขาคิดเรา 1000 บาท แบบนี้เราจะมองว่าเป็นการเอาเปรียบ
ได้ไหม ผมตอบว่า ไม่ได้นะครับ เพราะมันเป็นแง่ของการขายความรู้ความสามารถเพื่อการทำมาหากินเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง
หรือเพื่อความอยู่รอดในสังคม ไม่งั้นเขาจจะเรียนรู้มาเพื่ออะไรจริงไหมครับ ไม่งั้นในสังคมไม่มีความแตกต่างแน่นอน
แม่แต่อาชีพอย่างเราๆที่ทำมาหากินกันมา
บางครั้งแค่ไมค์เสีย หรือสกปรก เราคิด 150 โอเคเราทำได้ลูกค้าได้ใช้เครื่องของเขา
เราได้เงิน ค่าแรงค่าความรู้ แทบไม่ต้องถามหาต้นทุนเลยจริงไหมครับ ถามว่าเป็นการเอาเปรียบไหม ผมก็ตอบคำเดิมว่า ไม่เพราะหากทุกคนรู้ เราจะไปทำอะไรกินกันละ เขาคงไม่มาหาเราให้เราซ่อมให้แน่ๆ เช่นโปรแกรมเมอร์เขาไม่ได้ลงทุนอะไรเลย ลงทุนแค่สมองแต่เขาขาย
โปรแกรมที่เราๆใช้กันได้เป็นเงินมหาสารเลย เห็นไหมครับ นี้ละคือการขายปัญญา เราไม่รู้เท่าเขาเราก็ต้องยอมจ่าย หากเราทำได้เราก็คงไม่ซื้อเขา
เพราะฉะนั้น เราคงต้องมองในแง่ที่เป็นความจริงในสังคมทุกวันนี้ การทำงาน ของเรา เราจะมองในแง่ ธรรมมะปาบบุญคุณโทษ ไม่ได้ครับ
เพราะเราแลกเงินทุกบาทมาด้วยความรู้ของเรา หากมองในมุมกว้างแทบทุกอาชีพ ยกเว้น อาชีพเกษตกร เป็นต้นเท่านั้นละครับ
อันนี้เกล็ดมุมมองของผมนะครับ
ทีนี้เรามามองในแง่วงจรมือถือกันบ้าง
เรามีโอกาสใหม ที่จะทำไห้วงจรมือถือพ้นจากวงจรอุบาทที่จะให้วงจรมือถือ เป็นวงจรสะอาด แต่คงไม่ใช่ทั้งหมดหากผมแปลความหมายไม่ผิดคงจะหมายถึง การต่อไลน์ต่อสายไฟเพื่อทดแทน ในส่วนที่ขาดไป หรือ ต่อเพื่อแทนค่า นะครับอันนี้ผมขออธิบายสั้นๆนะครับ ในการทำงานของเรานั้นต้องบอกว่า ไม่มีสิทธิ์เลยที่เราจะแก้ไข ได้มากกว่านี้ เพราะวงจรในมือถือนั้น อย่างที่เรารู้ๆกัน
ค่อนข้างซัพซ่อน และที่สำคัญ การต่อแทนค่า ต่างๆ หรือการต่อเพื่อทดแทนในส่วนที่ขาดไป ส่วนนี้เป็นเรื่องที่มากกว่าการซ่อม ในเมืองไทยเรา
จะมีช่างสักกี่ท่าน ที่คิด การต่อไลน์ การต่อแทนค่า เพื่อให้เครื่องนั้นๆใช้งานได้ ( ร้อยละ 98% เอามาจากคำบอกเล่า จริงไหมครับ )
ส่วนนี้ผมขอ ยกย่องท่านที่คิดค้นมาเลยนะครับว่า ใช้สมองในการทำงานเอาการเพราะตัวผมเองกว่าจะคิดการต่อแทนค่าอะไรออกมาได้เริ่มต้น
ใช้เวลาเอาการกว่าจะจับหลักการได้ มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆหรือ เป็นเรื่องอุบาทแต่อย่างไดครับ การต่อไลน์ แต่ก็ขึ้นอยู่กับความรู้ ของคนที่ต่อมา
ว่าต่อเพื่ออะไร และ จุดนั้นๆคืออะไร งานก็จะไม่ัมั่วครับ การต่อแทนที่จะต่อ 5 จุด แต่คนที่รู้ต่อแค่เพียงจุดเดียว นี้คือความแตกต่างในความรู้ครับ
สุดท้าย ลองเอาแง่คิดของผมและหลายๆท่านปรึกษาแลกเปลี่ยนกันครับ เพราะที่นี่เราแลกเปลี่ยนกันอยู่แล้วครับผม
Admin ( เจ๋ง )